รู้ยัง?? ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

เขียนโดย: Administrator 9 มกราคม 2561
goodmedia24hr


วันเด็กแห่งชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประเทศไทย ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 13 มกราคม 2561ในแต่ละปีนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น จะให้คำขวัญวันเด็กทุกปี โดย สำหรับปีนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้คำขวัญวันเด็กปี 2561 ไว้ว่า  รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี
 
ประวัติวันเด็กแห่งชาติ  
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์แรกของเดือน ต.ค. พ.ศ.2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อ สวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ  ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็กอีกทั้งยังกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ และเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ  ซึ่งทางรัฐบาลจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น มา โดยทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ  เอกชน ซึ่งได้กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
 
จุดประสงค์ของการจัดงานวันเด็ก
เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนและทั่วประเทศ ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ และหน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม ให้มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
 
คำขวัญวันเด็ก
เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้นๆ มอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดย คำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2499 ช่วงสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า "จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม" ส่วนในปี พ.ศ.2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ได้ให้คุณค่าและความสำคัญของเด็ก ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ จึงได้มอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ  ทำให้นายกรัฐมนตรีสมัยต่อๆมาถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
 
ประวัติการจัดงานวันเด็กในประเทศไทย
ปีพุทธ ศักราช 2498 เป็นปีที่ทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันขึ้น ตามความเห็นคล้อยตามกับองค์การสหประชาชาติที่ได้นำปัญหาเรื่องเด็กมาร่างเป็น ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของเด็กขึ้นมา ซึ่งประเทศไทยได้รับข้อเสนอของนาย วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวง มหาดไทยเห็นว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็กให้มากขึ้น ดังที่นานาประเทศกำลังทำอยู่
 
คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา ในที่สุดที่ประชุมได้เห็นชอบนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2498  ซึ่งได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการ ให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานั้น ได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ
 
ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ประเทศไทย มีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งประเทศไทยได้จัดกิจกรรมวันเด็กติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ.2506  ต่อมาได้เปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเพราะเดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทยอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการมาร่วมงาน อีกทั้งวันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง ทำให้ไม่สามารถพาเด็กๆ ไปร่วมงานได้ และการจราจรก็ติดขัด จึงเปลี่ยนไปเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมทำให้ทุกอย่างสะดวกสบายขึ้น และมีความเหมาะสมมากกว่า
 
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 จึงประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม  ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ.2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาตินั่นเอง  ทำให้งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2508 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลาได้ห้าสิบกว่าปีแล้ว  
 
วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ  และเพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อีกทั้งยังให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตน และอยู่ในระเบียบวินัยอันดี ที่สำคัญคือเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก   
 
ปัจจุบันมีสถานที่ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกนมากมาย หันมาให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมวันเด็กๆ มากมายหลายแห่ง ทำให้เด็กๆ สามารถกระจายกันไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ได้ทั่วประเทศ..ซึ่งวันนั้นเราคงได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ อย่างแน่นอน

คมชัด สีสันสดใส จำนวนน้อยก็สั่งได้ สอบถามข้อมูลสินค้าหรือบริการ ของเราได้ที่

ติดต่อเรา