ข้อดี ข้อเสียของการมี vat และไม่มี vat ของผู้ประกอบการมือใหม่

เขียนโดย: Administrator 6 มีนาคม 2561
goodmedia24hr

ผู้ประกอบการหลายคนโดยเฉพาะมือใหม่มักจะตั้งคำถามเกี่ยวกับกับภาษีมูลค่าเพิ่มว่า จะจดทะเบียนภาษีหรือไม่จดดีนะแล้วกฎหมายบังคับหรือเปล่า??  หากต้องจดทะเบียนภาษีจะต้องทำเมื่อไหร่ดี?? มาสรุปสั้นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกันดีกว่า
 
ภาษีมูลค่าเพิ่ม “VAT” จดหรือไม่จด แบบไหนจึงจะคุ้มที่สุด?
VAT คือภาษีที่เรียกเก็บ “ผู้บริโภค” จากการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่จด VAT หรือเรียกว่าเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ในมุมมองของเจ้าของธุรกิจจึงไม่ถือเป็นต้นทุนของการทำธุรกิจ ซึ่งจะต่างจากภาษีเงินได้ที่ผู้ได้รับเงินได้จะต้องเป็นผู้รับภาระเอง เพราะ VAT ถือเป็นภาระของผู้บริโภคที่ต้องเป็นผู้จ่าย เพียงแต่ผู้ให้บริการเป็นคนเก็บเพื่อนำส่งสรรพากร การทำใบ เสร็จหรือใบกำกับภาษีจึงต้องมีการแยกชัดเจน ราคาสินค้าเท่าไร VAT เท่าไหร่ และราคารวมทั้งสิ้นที่ผู้บริโภคต้องจ่ายรวมเป็นเท่าไหร่ ยกตัวอย่างคือหากสินค้ามีราคาอยู่ที่ 100 บาท มี VAT อีก 7 บาท เท่ากับว่าผู้บริโภคต้องชำระรวมเป็น 107 บาท
 
ตามกฎหมายจริงๆ แล้ว VAT มีอัตราคงที่อยู่ที่ 10% แต่รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาลดภาษีมูลค่าเพิ่มลงเหลือเพียง 7% และมีการต่ออายุทุกปี ทำให้เราต่างคุ้นเคยและจ่ายจริงอยู่ที่ 7% กันมาตลอด  ส่วนด้านกฎหมายนั้นหากเป็นบริษัทที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องเสียค่าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งหากบริษัทมีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี  เจ้าของกิจการจะจด VAT หรือไม่จดก็ได้กฎหมายไม่ได้ห้าม
 
ข้อดีของการจด VAT
หากคุณไม่จด VAT  จากภาษีซื้อ 7%  ก็ไม่สามารถทำเป็นต้นทุนของสินค้าทำให้ไม่สามารถขอเงินคืนได้ ซึ่งคุณสามารถนำภาษีซื้อหรือ VAT มาขอคืนได้ อย่าง เช่น เมื่อคุณไปซื้อสมาร์ทโฟน มาใช้ติดต่อทำงาน คุณก็สามารถนำภาษีซื้อมาขอคืนได้ หรือคุณจ่ายเงินซื้อของมาขายแล้วของที่คุณซื้อมีภาษีซื้อหรือ vat คุณก็สามารถนำมาขอคืนได้เช่นกัน เท่ากับว่าต้นทุนสินค้าของคุณจะถูกลง เพราะVATหรือภาษีซื้อที่สามารถนำมาขอคืนได้นั่นเอง…
    
ข้อเสียของการจด VAT
1.ต้องยื่นรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย (ภ.พ.30) ทุกๆเดือน แม้จะไม่มีการซื้อ-ขายในเดือนนั้นๆ  ซึ่งถือเป็นภาระที่สุดของเจ้าของกิจการที่ไม่มีลูกน้อง หลายบริษัทขี้เกียจยื่นเพราะบริษัทเพิ่งเปิดหรือไม่มีลูกน้องทำให้ไม่มีใครดำเนินงาน เมื่อจดทะเบียนVAT ไปแล้วอาจทำให้อยากจะรีบออกจากระบบกันเลยทีเดียว
 
2.หากมีการขายสินค้าให้กับบุคคลธรรมดา อาจทำให้ราคาของคุณแพงขึ้นเนื่องจากราคาสินค้า 100 บาท โดยจะต้องคิดภาษีขายเพิ่มขึ้นอีก 7 บาท ลูกค้าต้องซื้อสินค้าคุณที่ 107 บาท และ 7 บาทนี้คนธรรมดาจะขอคืนไม่ได้
 
3.ต้องมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับเงื่อนไขการออกใบกำกับภาษี และต้องมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับการใช้สิทธิทางภาษี และอาจจะต้องโดนค่าปรับทางกฎหมายเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มหากปฏิบัติไม่ถูกต้อง
 
 
 
สำหรับกิจการที่จด VAT ในแต่ละเดือน จะต้องทำการคำนวณเพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากร โดยนำ VAT ที่จ่ายไปตอนที่ซื้อวัตถุดิบและบริการต่างๆ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ภาษีซื้อ” แล้วจึงนำมาลบกับ “ภาษีขาย” แต่หากเจ้าของกิจการไม่เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ได้จด VAT ก็จะไม่สามารถขอภาษีซื้อคืนได้ไม่ว่าจะจ่ายไปกับการซื้อวัตถุดิบต่างๆ มากเท่าไหร่ก็ตาม และการเก็บเครดิตจะนับตั้งแต่วันแรกที่บริษัทจด VAT ซึ่งไม่ใช่วันแรกที่เริ่มกิจการ
 
หากเชื่อมั่นว่าธุรกิจของคุณจะมีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 150,000 บาทในอนาคต การจด VAT ตั้งแต่แรกจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพราะสามารถนับเครดิตจากภาษีซื้อได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่อาจยังมีการลงทุนสูงแต่ยอดขายต่ำ เพื่อใช้เป็นเครดิตหักลบกับ VAT ที่เกิดขึ้นในวันที่กิจการเติบโตจนภาษีขายเริ่มมากกว่าภาษีซื้อนั่นเอง   


คมชัด สีสันสดใส จำนวนน้อยก็สั่งได้ สอบถามข้อมูลสินค้าหรือบริการ ของเราได้ที่

ติดต่อเรา